ทำไมคนไทยถึงหันมาสินเชื่อส่วนบุคคลกันมากขึ้น
สภาพเศรษฐกิจช่วงที่ผ่านมาทำให้หลายครัวเรือนต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าพลังงาน อาหาร หรือค่าเล่าเรียนบุตร ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยสะท้อนว่าภาวะหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันรายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม ท้ายที่สุดหลายคนจึงต้องหาเงินก้อนเพื่อมาหมุนเวียนใช้จ่ายในยามจำเป็น
สินเชื่อส่วนบุคคลจึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนทำงาน เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แค่มีรายได้ประจำและเครดิตไม่ติดลบก็ยื่นขอได้ ข้อดีคือได้เงินเร็ว บางเจ้าโฆษณาอนุมัติภายใน 1 ชั่วโมง แต่ข้อควรระวังคือดอกเบี้ยที่สูงกว่าสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถพอสมควร เพราะผู้ให้กู้ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการไม่มีหลักประกัน
คนไทยบางกลุ่มยังคงเผชิญปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยหรือฟรีแลนซ์ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน การศึกษาจากหลายหน่วยงานชี้ว่ากลุ่มเหล่านี้มักตกไปอยู่ในมือหนี้นอกระบบซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงลิ่ว การขยายสินเชื่อรายย่อยของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จึงเป็นความพยายามช่วยให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนในระบบได้มากขึ้น
เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ
| ประเภท | ตัวอย่าง | วงเงินโดยประมาณ | เหมาะกับใคร | ข้อดี | ข้อควรพิจารณา |
|---|
| สินเชื่อส่วนบุคคลธนาคาร | สินเชื่ออเนกประสงค์ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ | หลายเท่าของเงินเดือน สูงสุดหลักแสนบาท | พนักงานประจำที่มีรายได้มั่นคง | ดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ วงเงินสูง | ต้องมีเอกสารเงินเดือนและเครดิตดี |
| สินเชื่อเงินด่วนนอกธนาคาร | พรอมิส, เคทีซี, อิออน | ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท | คนที่ต้องการเงินเร็ว เอกสารน้อย | อนุมัติไว สมัครผ่านแอปได้ | ดอกเบี้ยสูงกว่าแบงก์ ต้องอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด |
| สินเชื่อนาโนและพิโกไฟแนนซ์ | FINNIX, แอปสินเชื่อรายย่อย | ไม่เกิน 50,000 บาท | พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ รายได้ไม่แน่นอน | เข้าถึงง่าย ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน | วงเงินจำกัด ดอกเบี้ยอาจสูงถึงเพดานที่ ธปท. กำหนด |
| สินเชื่อเพื่อการศึกษา | สินเชื่อเปิดเทอมของธนาคารออมสิน | ไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย | ผู้ปกครองที่ต้องการเงินจ่ายค่าเล่าเรียน | ดอกเบี้ยพิเศษต่ำมาก ช่วงเปิดเทอม | วงเงินจำกัด มีช่วงเวลาสมัครเฉพาะ |
เลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้ตรงกับไลฟ์สไตล์
1. พนักงานประจำรายได้มั่นคง
กลุ่มนี้มีข้อได้เปรียบเพราะมีสลิปเงินเดือนและหลักฐานรายได้ครบ พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ อย่างคุณพิมพ์ชนก อายุ 29 ปี พนักงานฝ่ายการตลาด เล่าว่าเธอใช้สินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารที่เงินเดือนเข้าเป็นประจำเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูงกว่า แล้วรวมเป็นก้อนเดียวผ่อนสบายขึ้น "ยอดผ่อนต่อเดือนลดลง ใจชื้นขึ้นเยอะ แถมยื่นเอกสารผ่านแอปธนาคาร ไม่ต้องเดินทางไปสาขา"
ข้อแนะนำสำหรับกลุ่มนี้คือเลือกสินเชื่อจากธนาคารที่ตัวเองมีบัญชีเงินเดือนอยู่แล้ว เพราะมักได้สิทธิพิเศษเรื่องอัตราดอกเบี้ย หรือใช้บริการจัดการหนี้ของสถาบันการเงินเพื่อรวมหนี้หลายก้อนเป็นก้อนเดียว
2. ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการรายย่อย
คนกลุ่มนี้ไม่มีสลิปเงินเดือน แต่มีรายได้หมุนเวียนเข้าบัญชีทุกเดือน การยื่นสินเชื่อจึงต้องใช้เอกสารอื่น เช่น สเตตเมนต์บัญชีย้อนหลัง 6-12 เดือน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือใบประกอบธุรกิจ
สมชาย เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในเชียงใหม่ เล่าว่าช่วงที่ผ่านมาเขาขอสินเชื่อจากธนาคารออมสินวงเงินไม่สูงนัก เพื่อใช้ซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าและปรับปรุงร้านเล็กน้อย "ตอนแรกกลัวว่าธุรกิจเล็กๆ จะไม่ผ่าน แต่พี่เจ้าหน้าที่แนะนำให้เตรียมเอกสารให้ครบ บัญชีเดินสะพัดก็มี ผ่านฉลุย" สำหรับกลุ่มนี้ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและผู้ให้บริการนาโนไฟแนนซ์ที่เข้าใจธุรกิจรายย่อยมักเป็นตัวเลือกแรก
3. นักศึกษาจบใหม่หรือผู้มีรายได้น้อย
คนเพิ่งเริ่มทำงานหรือรายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ของธนาคารพาณิชย์ อาจต้องเริ่มจากสินเชื่อรายย่อยวงเงินไม่สูงหรือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ที่เพดานดอกเบี้ยถูกกำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทย วิธีนี้ช่วยสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดีไว้ ก่อนจะขยับไปใช้วงเงินที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต
ขั้นตอนขอสินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่านฉลุย
- ตรวจสอบเครดิตบูโรก่อน เช็คประวัติทางการเงินของตัวเองล่วงหน้า หากพบรายการผิดปกติหรือหนี้ค้าง ให้จัดการให้เรียบร้อยก่อนยื่นกู้ ยิ่งเครดิตดีเท่าไร โอกาสได้ดอกเบี้ยถูกลงเท่านั้น
- เตรียมเอกสารให้ครบชุด บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง หรือสเตตเมนต์บัญชี พร้อมเอกสารเพิ่มเติมตามที่แต่ละสถาบันกำหนด การเตรียมครบช่วยให้อนุมัติไวขึ้นมาก
- เลือกวงเงินให้พอดีกับความต้องการ กู้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช่กู้เต็มเพดาน เพราะยิ่งวงเงินสูง ค่างวดและดอกเบี้ยรวมยิ่งมาก
- อ่านเงื่อนไขให้ละเอียด ต้องดูทั้งอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าปรับชำระล่าช้า และสิทธิการชำระคืนก่อนกำหนดว่ามีเงื่อนไขอย่างไร
- เปรียบเทียบอย่างน้อย 3 เจ้า อย่าตัดสินใจกับเจ้าแรกที่อนุมัติ ใช้เวลาศึกษาข้อเสนอจากธนาคารและผู้ให้บริการหลายราย แล้วค่อยเลือกที่คุ้มค่าที่สุด
สำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องการปรึกษาหนี้ สถาบันการเงินหลายแห่งมีหน่วยงานให้คำปรึกษา เช่น คลินิกแก้หนี้ ที่ช่วยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ให้ผู้ที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งเป็นทางออกที่ดีกว่าการกู้ใหม่มาทับหนี้เก่า
ข้อควรระวังก่อนเซ็นสัญญา
สิ่งสำคัญที่สุดคือการคำนวณภาระหนี้ให้อยู่ในระดับที่ไหว หลักง่ายๆ คือค่างวดทั้งหมดต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ ถ้ารายได้ 30,000 บาท เงินผ่อนทุกก้อนรวมกันไม่ควรเกิน 12,000 บาท หากเกินกว่านั้นชีวิตจะเริ่มอึดอัด
อีกเรื่องที่ต้องระวังคือผู้ให้บริการที่ไม่ได้อยู่ในระบบ ตรวจสอบเสมอว่าผู้ให้กู้มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อจากกระทรวงการคลัง และเราสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย เลี่ยงผู้ที่คิดดอกเบี้ยเกินเพดานที่กฎหมายกำหนดซึ่งปัจจุบันถูกจำกัดที่ 15% ต่อปีสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ
การเลือกใช้สินเชื่อส่วนบุคคลที่เหมาะสม เปรียบเสมือนการเลือกเรือที่จะพาข้ามฝั่ง ยิ่งตรวจสอบสภาพเรือ ตรวจสภาพน้ำ และประเมินกำลังของตัวเองดีเท่าไร การเดินทางก็ปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น เริ่มจากการทำความเข้าใจสถานะการเงินของตัวเอง พร้อมศึกษาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์อย่างรอบคอบ แล้วเลือกใช้อย่างมีวินัย สินเชื่อส่วนบุคคลก็จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตการเงินคล่องตัว ไม่ใช่กับดักที่พาเราจมดิ่งลงไป
หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ยและวงเงินของแต่ละสถาบันอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของธนาคารหรือผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ