ทำไมคนไทยถึงเลือกสินเชื่อส่วนบุคคล
ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ให้เห็นว่า ยอดสินเชื่อส่วนบุคคลคงค้างของธนาคารพาณิชย์ในประเทศสูงถึงระดับแสนล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องทุกไตรมาส สะท้อนว่าคนไทยมองหาสภาพคล่องทางการเงินในระบบมากขึ้น
ปัญหาหลักที่ทำให้หลายคนยังลังเลที่จะใช้บริการมีอยู่สามประการ ประการแรกคือความเข้าใจผิดว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงินต้องใช้เอกสารยุ่งยากและใช้เวลาหลายวัน ประการที่สองคือกลัวว่าดอกเบี้ยจะสูงจนผ่อนไม่ไหว และประการสุดท้ายคือไม่รู้ว่าจะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของแต่ละเจ้าได้อย่างไร
จริงๆ แล้วยุคนี้การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลทำได้ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารโดยตรง ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที และหลายแห่งอนุมัติผลภายในวันเดียว สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนประจำและเครดิตบูโรสะอาด โอกาสอนุมัติสูงมาก
เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลจากผู้ให้บริการหลัก
| ผู้ให้บริการ | อัตราดอกเบี้ยต่อปี | วงเงินสูงสุด | ระยะเวลาผ่อน | จุดเด่น | ข้อควรพิจารณา |
|---|
| ธนาคารกรุงศรี (Krungsri iFIN) | 21–25% | สูงสุด 2 ล้านบาท | 12–60 เดือน | อนุมัติไวใน 1 วัน ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน | อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงสุดที่กฎหมายกำหนด |
| ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) | ตามเกณฑ์ที่ประกาศ | ตามรายได้ | ตามเงื่อนไข | เชื่อมโยงกับระบบ SCB Easy | เงื่อนไขเข้มงวดสำหรับลูกค้าใหม่ |
| แอปฟินนิกซ์ (FINNIX) | ตามเกณฑ์ที่ประกาศ | ตามการประเมิน | ตามเงื่อนไข | อนุมัติไวมากในไม่กี่วินาที ใช้ชีวิตดิจิทัลเต็มรูปแบบ | วงเงินเริ่มต้นอาจน้อย เหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มสร้างประวัติ |
| อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทยถูกกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 25% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก ซึ่งหมายความว่ายอดที่ต้องจ่ายจะลดลงเรื่อยๆ ตามจำนวนเงินต้นที่ชำระไป ไม่เหมือนกับหนี้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยทบต้นแบบรายวัน | | | | | |
วิธีเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะกับตัวเอง
ก่อนตัดสินใจสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลสักแห่ง ลองถามตัวเองด้วยคำถามสามข้อ ข้อแรกคือต้องการวงเงินเท่าไหร่และจะใช้ทำอะไร เพราะวงเงินสูงไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป ยิ่งกู้มากก็ยิ่งผ่อนนานและเสียดอกเบี้ยมากขึ้น ข้อที่สองคือผ่อนไหวหรือไม่ ลองคำนวณว่าค่างวดต่อเดือนจะกระทบรายจ่ายจำเป็นแค่ไหน หลักการง่ายๆ คือค่างวดไม่ควรเกิน 30–40% ของรายได้ต่อเดือน และข้อสุดท้ายคือเลือกผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น คุณธันย์วัย 32 ปี พนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ ที่ประสบปัญหาค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินของแม่จำนวนหนึ่ง แทนที่จะไปกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อวัน เขาเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านแอปของธนาคารที่ใช้อยู่ประจำ เอกสารแค่บัตรประชาชนและสลิปเงินเดือน ทางธนาคารอนุมัติวงเงินภายในหนึ่งวันทำการ และที่สำคัญคือเขาสามารถเลือกผ่อนได้ถึง 48 เดือน ทำให้ค่างวดเบาลง ไม่กระทบเงินออมรายเดือน
ขั้นตอนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลฉบับเข้าใจง่าย
เตรียมเอกสารให้ครบก่อนเริ่มสมัคร โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะขอเพียงบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3–6 เดือน และบางแห่งอาจขอเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย หรือใบรับรองเงินเดือนจากบริษัท
เมื่อได้เอกสารครบแล้ว เข้าสู่ระบบแอปพลิเคชันของธนาคารที่ต้องการ เลือกเมนูสินเชื่อส่วนบุคคล กรอกข้อมูลส่วนตัวและรายได้ จากนั้นอัปโหลดเอกสาร รอผลอนุมัติซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 1–3 วันทำการ เมื่อได้รับการอนุมัติ เงินจะโอนเข้าบัญชีตามที่ระบุไว้
ผู้ที่อยู่ในต่างจังหวัดสามารถใช้บริการได้เช่นเดียวกัน เพราะทุกกระบวนการทำผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ข้อควรระวังคืออย่าหลงเชื่อแอปเงินกู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมักโฆษณาให้กู้ง่าย อนุมัติไวเกินจริง เพราะเสี่ยงต่อการถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดกฎหมายและถูกทวงหนี้ไม่เป็นธรรม
สำหรับคนที่เคยมีประวัติชำระล่าช้าแต่ชำระครบแล้ว ไม่ต้องกังวลจนเกินไป เพราะหลายธนาคารมีเกณฑ์พิจารณาแบบองค์รวม ดูที่รายได้และความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก หากสถานะทางการเงินปัจจุบันมั่นคง ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติอยู่ดี
การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลอย่างชาญฉลาดคือการใช้เท่าที่จำเป็นและวางแผนชำระคืนให้ตรงเวลา เพราะนอกจากจะไม่สร้างภาระดอกเบี้ยสะสมแล้ว ยังช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี ทำให้ครั้งหน้าหากจำเป็นต้องใช้บริการทางการเงินอื่นๆ จะได้รับการพิจารณาง่ายขึ้น
ท้ายที่สุดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีวินัยทางการเงิน ก่อนจะกู้เงินสักบาท ให้ถามตัวเองก่อนว่าเงินก้อนนี้จำเป็นจริงไหม มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าไหม และแผนการชำระคืนชัดเจนแล้วหรือยัง เพราะแม้สินเชื่อส่วนบุคคลจะเป็นทางออกที่ดีกว่าหนี้นอกระบบ แต่หนี้ทุกชนิดล้วนต้องมีแผนรองรับเสมอ