สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร และคนไทยกำลังเผชิญอะไร
สินเชื่อส่วนบุคคล คือเงินกู้ที่ไม่มีหลักประกัน ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน หรือใช้บ้าน-รถเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้กู้ได้รับเงินเป็นก้อน แล้วผ่อนชำระเป็นรายเดือนตามระยะเวลาที่ตกลงกัน จุดเด่นคืออนุมัติเร็วและเอกสารไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อรถยนต์
สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยยังคงเป็นประเด็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง หลายครอบครัวมีภาระหนี้หลายก้อนพร้อมกัน ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล สะท้อนว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยใช้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องในแต่ละเดือน บางส่วนกู้เพื่อใช้จ่ายจำเป็นจริงๆ แต่บางส่วนก็เผลอกู้เกินตัวเพราะเห็นโฆษณาอนุมัติไว
ปัญหาที่พบบ่อยในการเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลของคนไทยมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ
ข้อแรกคือความเข้าใจผิดเรื่องอัตราดอกเบี้ย หลายคนดูแต่ตัวเลขดอกเบี้ยต่อปีที่โฆษณาไว้สวยหรู แต่ไม่ได้คำนวณค่างวดรวมทั้งหมด เมื่อผ่อนไปสักระยะถึงรู้ว่าดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอกหรือแบบเงินต้นคงที่ ซึ่งตัวเลขที่แท้จริงต่างกันมากพอสมควร
ข้อสองคือการกู้หลายที่พร้อมกัน เกิดจากการสมัครสินเชื่อกับหลายสถาบันการเงินเพราะอยากได้วงเงินรวมมากขึ้น ผลที่ตามมาคือภาระผ่อนต่อเดือนสูงเกิน 30-40% ของรายได้ จนไม่มีเงินเหลือใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเสี่ยงที่จะพลาดนัดชำระจนประวัติเครดิตบูโรเสียหาย
ข้อสามคือการไม่เช็คสถานะเครดิตของตัวเองก่อนสมัคร หลายคนยื่นกู้กับหลายที่พร้อมกันโดยไม่รู้ว่าตนเองติดแบล็กลิสต์หรือมีประวัติการชำระล่าช้าอยู่หรือไม่ ทำให้ถูกปฏิเสธหลายครั้งติดต่อกัน ซึ่งการยื่นกู้หลายครั้งในระยะเวลาสั้นๆ กลับยิ่งส่งผลต่อคะแนนเครดิตของตัวเองอีกด้วย
เปรียบเทียบสินเชื่อส่วนบุคคลในตลาดไทย
ในปัจจุบัน ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลของไทยแบ่งผู้ให้บริการออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทบัตรเครดิตและสินเชื่อภายใต้กลุ่มธนาคาร และผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลหรือนาโนไฟแนนซ์ แต่ละกลุ่มมีจุดเด่นที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายต่างกัน
| ประเภทผู้ให้บริการ | ตัวอย่าง | วงเงินโดยประมาณ | ความเหมาะสม | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | ธนาคารกรุงไทย กรุงศรีอยุธยา กสิกรไทย | ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท | ผู้มีเงินเดือนประจำและสลิปเงินเดือนครบถ้วน | อัตราดอกเบี้ยแข่งขันได้ มีสาขาให้ปรึกษาทั่วประเทศ | เอกสารค่อนข้างเยอะ ใช้เวลาพิจารณานานกว่า |
| บริษัทในกลุ่มสถาบันการเงิน | บัตรกรุงไทย เมืองไทย แคปปิตอล | หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท | พนักงานประจำและฟรีแลนซ์ที่มีรายได้สม่ำเสมอ | อนุมัติเร็ว มีบริการเติมเงินด่วน | ดอกเบี้ยอาจสูงกว่าธนาคารเล็กน้อย |
| นาโนไฟแนนซ์และสินเชื่อดิจิทัล | พรอมิส และผู้ให้บริการออนไลน์รายอื่น | หลักพันถึงหลักหมื่นบาท | ผู้ที่ต้องการเงินด่วนจำนวนไม่มาก | สมัครผ่านแอปพลิเคชัน อนุมัติภายในไม่กี่ชั่วโมง | วงเงินจำกัด ดอกเบี้ยค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรายได้ |
| ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ความร่วมมือระหว่างบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM กับบัตรกรุงไทย ผ่านโครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 120 วัน ให้ปรับโครงสร้างหนี้ด้วยดอกเบี้ยต่ำและผ่อนยาวขึ้น โครงการลักษณะนี้เป็นช่องทางสำคัญสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาการชำระหนี้แล้ว ควรติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของหนี้โดยตรงก่อนที่จะกลายเป็นหนี้เสีย | | | | | |
วิธีเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลให้เหมาะกับตัวคุณ
การเลือกสินเชื่อที่ใช่ ต้องเริ่มจากการถามตัวเองด้วยคำถาม 3 ข้อก่อน
คุณต้องการเงินไปทำอะไร และใช้ระยะเวลานานแค่ไหน หากเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินที่รีบด่วนจริงๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าซ่อมแซมบ้านที่ปล่อยไว้ไม่ได้ การเลือกสินเชื่อที่อนุมัติเร็วอาจตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าเป็นการใช้จ่ายที่เลื่อนได้ ควรหาเงินก้อนอื่นก่อน เช่น การปรับลดค่าใช้จ่ายหรือหารายได้เสริม
รายได้ต่อเดือนของคุณเพียงพอต่อการผ่อนหรือไม่ หลักการง่ายๆ คือ ค่างวดทั้งหมดรวมกับหนี้เดิมไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากเกินกว่านี้ แม้สถาบันการเงินจะอนุมัติให้ ก็ควรลดวงเงินลงหรือเลื่อนการกู้ออกไปก่อน
คุณพร้อมจ่ายดอกเบี้ยในระยะยาวหรือไม่ สินเชื่อส่วนบุคคลส่วนใหญ่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกัน เพราะผู้ให้บริการรับความเสี่ยงสูงกว่า การคำนวณยอดผ่อนรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจจึงสำคัญกว่าการดูแค่วงเงินที่ได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คุณสมชาย พนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ อายุ 32 ปี ต้องการเงิน 50,000 บาทเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายคลอดบุตร ซึ่งโรงพยาบาลแจ้งว่าสามารถผ่อนชำระได้ เขาเปรียบเทียบระหว่างการผ่อนกับโรงพยาบาลโดยตรงแบบไม่มีดอกเบี้ยกับการกู้สินเชื่อส่วนบุคคล สุดท้ายเลือกผ่อนกับโรงพยาบาลและใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น การคิดแบบนี้ช่วยให้เขาประหยัดดอกเบี้ยได้หลายพันบาท และไม่ต้องแบกภาระหนี้เพิ่มในขณะที่กำลังจะมีค่าใช้จ่ายใหม่ๆ ตามมา
ขั้นตอนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่านฉลุย
การเตรียมตัวที่ดีช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติได้อย่างมีนัยสำคัญ ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้
เช็คเครดิตบูโรก่อนสมัคร ขอข้อมูลเครดิตบูโรของตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์หรือสาขาของธนาคาร เพื่อดูว่ามีประวัติการชำระล่าช้าหรือติดแบล็กลิสต์หรือไม่ หากพบข้อผิดพลาดให้รีบแจ้งแก้ไขก่อนยื่นกู้ เพราะข้อมูลผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้ถูกปฏิเสธได้ทั้งเรื่อง
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน โดยทั่วไปต้องใช้บัตรประชาชน สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน และเอกสารแสดงรายได้อื่นๆ เช่น ใบรับรองเงินเดือน หรือหนังสือรับรองการประกอบอาชีพสำหรับฟรีแลนซ์ บางสถาบันการเงินอย่างพรอมิส เปิดรับสลิปเงินเดือนเพียง 2 เดือนก็สมัครได้แล้ว การเตรียมเอกสารให้พร้อมช่วยลดเวลาในการพิจารณาได้มาก
ยื่นสมัครกับสถาบันการเงินที่เหมาะสมทีละแห่ง ไม่ควรยื่นหลายที่พร้อมกัน เพราะการสอบถามเครดิตหลายครั้งในเวลาสั้นๆ อาจส่งผลต่อการพิจารณา เริ่มจากสถาบันการเงินที่คุณมีบัญชีเงินเดือนอยู่ก่อน เพราะมีข้อมูลรายได้อยู่แล้ว มักพิจารณาเร็วกว่า
อ่านเงื่อนไขให้ละเอียดทุกบรรทัด ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ค่าธรรมเนียมการกู้ ค่าปรับกรณีชำระก่อนกำหนด และเงื่อนไขการปิดบัญชีก่อนครบกำหนด เพราะบางแห่งคิดค่าธรรมเนียมสูงมากจนทำให้การรีไฟแนนซ์ไม่คุ้มค่า
สิ่งที่ต้องระวังเมื่อกู้สินเชื่อส่วนบุคคล
หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นดาบสองคม หากจัดการดีก็เป็นเครื่องมือช่วยเสริมสภาพคล่อง หากจัดการพลาดก็กลายเป็นภาระระยะยาว ควรหลีกเลี่ยงการใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อการลงทุนที่เสี่ยง หรือการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงเกินจำเป็น
สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผ่อนไม่ไหว สิ่งแรกคืออย่าหายตัวหรือเลี่ยงไม่รับสายจากสถาบันการเงิน การติดต่อขอปรับโครงสร้างหนี้โดยตรงจะดีกว่าการปล่อยให้กลายเป็นหนี้เสีย หลายสถาบันมีโครงการช่วยเหลือลูกหนี้ เช่น คลินิกแก้หนี้ by SAM ที่ช่วยให้ลูกหนี้ผ่อนชำระต่อได้ด้วยภาระที่เบาลง
สุดท้ายนี้ การมีวินัยทางการเงินคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย แยกบัญชีใช้จ่ายประจำวันออกจากบัญชีสำรองฉุกเฉิน และก่อนกู้ทุกครั้งให้ถามตัวเองว่าเงินก้อนนี้จำเป็นจริงไหม มีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าไหม และเราสามารถผ่อนไหวในอีก 2-3 ปีข้างหน้าโดยไม่เดือดร้อนหรือไม่ คำตอบที่จริงใจกับตัวเอง จะช่วยให้คุณใช้สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่กับดักหนี้