ทำไมคนไทยถึง "ร้อนเงิน" กันนัก
หนี้ครัวเรือนไทยยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงต่อเนื่องทุกปี ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยชี้ว่าคนจำนวนมากมีภาระหนี้สูงกว่ารายได้หลายเท่า หลายครอบครัวต้องหมุนเงินด้วยบัตรเครดิตหลายใบ บางคนกู้หนี้นอกระบบเพราะเข้าถึงสินเชื่อในระบบไม่ได้ ดอกเบี้ยรายวันที่โหดร้ายจึงกัดกินเงินเดือนไปเรื่อย ๆ
เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีข่าวว่าคนไทยแห่กู้สินเชื่อกันมากที่สุดในวันหวยออก ซึ่งสะท้อนภาพการเงินของหลายครัวเรือนได้ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยยังเตรียมออกเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อแบบผ่อนชำระปลายทาง (Buy Now Pay Later) เพิ่มเติมภายในสิ้นปีนี้ เพราะกลัวว่าคนจะก่อหนี้เกินตัวโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "ไม่ควรกู้" แต่อยู่ที่ "กู้แบบไม่รู้จักวางแผน" ต่างหาก
รู้จักสินเชื่อส่วนบุคคลในแบบฉบับคนไทย
สินเชื่อส่วนบุคคลในประเทศไทยแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบตามผู้ให้บริการ แต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อควรระวังต่างกันไป
สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์
กลุ่มนี้มีดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น โดยเฉพาะสำหรับลูกค้าที่มีเงินเดือนประจำและประวัติการชำระหนี้ดี ดอกเบี้ยจะอยู่ราว ๆ อัตรา MRR ของแต่ละธนาคารบวกเพิ่มเล็กน้อย ข้อเสียคือขั้นตอนค่อนข้างมาก ต้องเตรียมเอกสารครบ ใช้เวลาพิจารณาหลายวัน และวงเงินอาจไม่สูงมากถ้ารายได้ไม่มาก
สินเชื่อจากบริษัทไฟแนนซ์และน็อนแบงก์
ผู้ให้บริการกลุ่มนี้ เช่น พรอมิส หรือบริษัทในเครือธนาคารต่าง ๆ เน้นความรวดเร็ว อนุมัติไว บางรายใช้สลิปเงินเดือนเพียงสองเดือนก็สมัครได้ ดอกเบี้ยจะสูงกว่าธนาคารพอสมควร แต่อยู่ภายใต้เพดานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินร้อยละ 25 ต่อปี แบบลดต้นลดดอก
สินเชื่อดิจิทัลและนาโนไฟแนนซ์
เป็นช่องทางใหม่ที่มาแรง อนุมัติผ่านแอปพลิเคชันในไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่ต้องการเงินด่วนจริง ๆ วงเงินเริ่มต้นน้อย ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง แต่สะดวกสุดในบรรดาทั้งหมด ควรใช้เมื่อจำเป็นจริง ๆ และมั่นใจว่าจ่ายคืนไหว
| ประเภทสินเชื่อ | ตัวอย่างผู้ให้บริการ | อัตราดอกเบี้ยโดยประมาณ | เหมาะสำหรับ | จุดเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|
| ธนาคารพาณิชย์ | กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ | อิง MRR + ส่วนเพิ่ม | พนักงานประจำที่มีรายได้มั่นคง | ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง | เอกสารเยอะ พิจารณานาน |
| ไฟแนนซ์/น็อนแบงก์ | พรอมิส อิออน กรุงศรี คอนซูมเมอร์ | สูงถึงเพดานตามกฎหมาย | พนักงานที่ต้องการเงินเร็ว | อนุมัติไว เอกสารน้อย | ดอกเบี้ยสูง ดอกเบี้ยทบต้น |
| ดิจิทัล/นาโนไฟแนนซ์ | FINNIX CLICX และแอปอื่น ๆ | สูงกว่ากลุ่มแรกชัดเจน | คนรุ่นใหม่ เงินด่วนฉุกเฉิน | สมัครออนไลน์ อนุมัติทันที | วงเงินจำกัด ค่าใช้จ่ายแฝง |
| ตัวเลขในตารางเป็นเพียงแนวโน้มทั่วไป อัตราจริงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละคน และผู้ให้บริการแต่ละรายอาจคิดดอกเบี้ยแตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจเสมอ | | | | | |
เลือกสินเชื่ออย่างไรให้ไม่พลาด
การเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ใช่แค่ดูว่าอนุมัติไวหรือไม่ แต่ต้องมองให้รอบด้าน
เช็กผู้ให้บริการว่าถูกกฎหมายหรือไม่
ก่อนสมัครอะไรก็ตาม ให้เข้าไปตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนเสมอ การกู้กับผู้ให้บริการนอกระบบเสี่ยงทั้งถูกทวงหนี้แบบไม่เป็นธรรมและเสียดอกเบี้ยเกินเพดานกฎหมาย จำไว้ว่าไม่มีใครคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 25 ต่อปีแล้วถูกกฎหมาย
เปรียบเทียบ "ต้นทุนทั้งหมด" ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย
หลายคนดูกี่เปอร์เซ็นต์ต่อปีแล้วคิดว่าถูก แต่ลืมดูค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าดำเนินการ ค่าประกันสินเชื่อ ซึ่งบางรายคิดเป็นก้อนทำให้ต้นทุนจริงสูงขึ้นมาก วิธีง่าย ๆ คือขอให้ผู้ให้บริการคำนวณยอดผ่อนต่อเดือนทั้งหมด แล้วเทียบกับรายได้ของเราว่าไหวหรือไม่
อ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็น
โดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระ ซึ่งหลายสัญญากำหนดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นจากอัตราปกติอีก ตัวอย่างเช่น สินเชื่อที่ดอกเบี้ยปกติร้อยละ 15 ต่อปี หากผิดนัดอาจถูกคิดดอกเบี้ยสูงขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ทันที จุดนี้แหละที่ทำให้หนี้บานปลายเร็วกว่าที่คิด
เรื่องเล่าจากคนจริงที่กู้เป็น
คุณวรินทร อายุ 34 ปี พนักงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพฯ เคยมีปัญหาหมุนเงินค่ารักษาแม่ที่โรงพยาบาล เธอเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารที่เงินเดือนเข้าบัญชีอยู่ เพราะมีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเดิม ดอกเบี้ยถูกกว่า และผ่อนได้นานถึงหกสิบงวด เธอบอกว่า "ตอนแรกอยากกู้จากแอปที่โฆษณาว่าอนุมัติในห้านาที แต่พอเทียบดอกเบี้ยแล้วแพงกว่าธนาคารเกือบเท่าตัว เลยเลือกเดินเรื่องกับธนาคารแทน แม้จะรอสองสามวันแต่สบายใจกว่าเยอะ"
อีกกรณีคือคุณพิชัย อายุ 45 ปี เจ้าของร้านอาหารในเชียงใหม่ ช่วงหน้าร้อนธุรกิจเงียบมาก เขาจำเป็นต้องใช้เงินซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า เขาเลือกใช้สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์วงเงินไม่สูง เพราะสมัครง่ายและได้เงินไว หลังฤดูท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคัก เขาก็โปะคืนจนปิดบัญชีได้ภายในหกเดือน "ถ้ารู้ตัวว่าใช้เงินแค่ช่วงสั้น ๆ แบบนี้ กู้วงเงินน้อยแล้วรีบปิด ถึงดอกเบี้ยสูงก็ยังพอไหว แต่ถ้าจะผ่อนยาว ๆ แบบนี้ไม่รอดแน่" เขาให้ความเห็น
วางแผนกู้อย่างไรให้หนี้ไม่ท่วมตัว
การกู้อย่างชาญฉลาดไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้
ประเมินกำลังผ่อนชำระก่อนทุกครั้ง
หลักง่าย ๆ คือยอดผ่อนต่อเดือนของสินเชื่อทั้งหมดรวมกันไม่ควรเกินร้อยละ 30-40 ของรายได้ต่อเดือน ยกตัวอย่าง ถ้าเงินเดือน 20,000 บาท ยอดผ่อนทั้งหมดรวมบัตรเครดิตควรอยู่ไม่เกิน 6,000-8,000 บาท หากคำนวณแล้วเกินกว่านั้น แปลว่าเรากำลังแบกภาระหนักเกินไป ควรลดวงเงินกู้ลงหรือหาแผนการใช้เงินที่รัดกุมกว่านี้
เช็กประวัติเครดิตบูโรก่อนสมัคร
ทุกคนสามารถขอเช็คเครดิตบูโรของตัวเองได้ปีละครั้งฟรี การรู้สถานะตัวเองก่อนสมัครช่วยให้ประเมินได้ว่ามีโอกาสอนุมัติมากน้อยแค่ไหน ถ้าประวัติมีปัญหาการชำระหนี้ล่าช้า ก็อาจต้องเตรียมหลักฐานรายได้เพิ่มเพื่อโน้มน้าวผู้ให้บริการ
ใช้บริการปรึกษาหนี้ของหน่วยงานรัฐ
ถ้ารู้สึกว่าเริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหว อย่ารอจนสายเกินไป ปัจจุบันมีหน่วยงานช่วยเหลือลูกหนี้หลายแห่ง เช่น คลินิกแก้หนี้ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือโครงการของรัฐที่ช่วยไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ บางรายได้ปรับโครงสร้างหนี้ดอกเบี้ยต่ำลงและผ่อนยาวขึ้น ซึ่งดีกว่าการจมอยู่กับหนี้เดิมที่ดอกเบี้ยสูงเรื่อย ๆ
เริ่มต้นอย่างไรในปีนี้
การตัดสินใจกู้สินเชื่อส่วนบุคคลครั้งต่อไป ขอให้เริ่มจากการเขียนรายรับรายจ่ายของตัวเองอย่างจริงจังหนึ่งเดือน แล้วถามตัวเองว่ารายจ่ายส่วนไหนตัดได้ รายจ่ายส่วนไหนจำเป็นจริง ๆ ถึงขั้นต้องกู้ เมื่อรู้ความต้องการที่แท้จริงแล้ว ค่อยเลือกผู้ให้บริการโดยเทียบดอกเบี้ยรวม ค่าธรรมเนียม และความยืดหยุ่นในการผ่อนชำระ
อีกหนึ่งทางเลือกที่คนไทยเริ่มหันมาใช้มากขึ้นคือการกู้ร่วมกับคนในครอบครัวหรือคนรู้ใจ เพราะหลายธนาคารมีผลิตภัณฑ์ที่ให้กู้ร่วมกัน ช่วยเพิ่มวงเงินและลดความเสี่ยงของผู้ให้บริการ ทำให้อัตราดอกเบี้ยถูกลง แต่ข้อสำคัญคือต้องตกลงเรื่องการแบ่งภาระกันให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ในภายหลัง
สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์เมื่อใช้อย่างถูกวิธี ใช้เมื่อจำเป็น มีแผนชำระคืนที่ชัดเจน และเลือกผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ ย่อมช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตการเงินไปได้อย่างไม่ทิ้งแผลเป็นไว้บนเครดิตบูโร อย่าลืมว่าเป้าหมายสูงสุดของการกู้ไม่ใช่แค่ได้เงินมาใช้ แต่คือการได้กลับมามีอิสระทางการเงินอีกครั้ง